ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก Top 5
อันดับ 1
0.44 ตร.กม.
นครรัฐวาติกัน (อังกฤษ: State of the Vatican City; อิตาลี: Stato della Città del Vaticano) เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลกทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล
อันดับ 2
1.95 ตร.กม.
ราชรัฐโมนาโก (ฝรั่งเศส: Principauté de Monaco) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โมนาโก (ฝรั่งเศส: Monaco) เป็นนครรัฐในยุโรปตะวันตก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นประเทศเอกราชที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของโลก แต่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส
อันดับ 3
21 ตร.กม.
นาอูรู (อังกฤษ: Nauru, เสียงอ่าน: /nɑːˈu:ruː/; นาอูรู: Naoero) หรือชื่ออย่างเป็นทางการ สาธารณรัฐนาอูรู (อังกฤษ: Republic of Nauru; นาอูรู: Ripublik Naoero) เป็นประเทศเกาะตั้งอยู่ในภูมิภาคไมโครนีเซีย ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศนาอูรูตั้งอยู่ใกล้กับเกาะบานาบาของประเทศคิริบาสมากที่สุด โดยอยู่ห่างกัน 300 กิโลเมตร ไปทางตะวันออก ประเทศนาอูรูเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกและเล็กเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากนครรัฐวาติกัน โดยมีพื้นที่ 21 กม (8.1 sq mi) และมีประชากรอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 9,488 คน
อันดับ 4
26 ตร.กม.
ตูวาลู (ตูวาลูและอังกฤษ: Tuvalu) หรือเดิมเป็นที่รู้จักกันในชื่อ หมู่เกาะเอลลิซ (อังกฤษ: Ellice Islands) เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ชื่อประเทศแปลว่า "แปดยืนยง" (Eight Standing Together) ในภาษาตูวาลู นอกจากนครรัฐวาติกันแล้ว ตูวาลูเป็นประเทศอิสระที่มีประชากรน้อยที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] เนื่องจากมีความสูงต่ำ (สูงสุดคือ 5 เมตร) เกาะที่ประกอบเป็นประเทศนี้ อาจจะเกิดปัญหาถ้าระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า ประชากรอาจจะอพยพไปที่ประเทศนิวซีแลนด์หรือเกาะนีอูเอซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เป็นปกครองตนเองแต่ขึ้นกับนิวซีแลนด์ที่ไม่มีปัญหาจากการเพิ่มของระดับน้ำทะเล แต่มีประชากรน้อยลง
อันดับ 5
61 ตร.กม.
ซานมารีโน (อิตาลี: San Marino) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐซานมารีโน (อิตาลี: Repubblica di San Marino) เป็นประเทศในยุโรปใต้บนเทือกเขาแอเพนไนน์ ล้อมรอบโดยประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในจุลรัฐยุโรป
วันเมษาหน้าโง่
วันเมษาหน้าโง่ หรือ วันเอพริลฟูล (อังกฤษ: April Fool's Day) เฉลิมฉลองในหลายประเทศในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ซึ่งวันที่ 1 เมษายนนี้มิใช่วันหยุดราชการ แต่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเฉลิมฉลองเป็นวันที่หลายคนจะเล่นมุขตลกและความเขลาทุกแบบ วันนี้เป็นวันแห่งการสำราญ หรือมิฉะนั้นก็มุขตลก การหลอกลวง และการแกล้งอื่นๆ ที่มีระดับการตบตาต่างๆ กัน กับเพื่อน สมาชิกครอบครัว ครูอาจารย์ เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
เดิม เด็กฝรั่งเศสและอิตาลี (ซึ่งอาจรวมผู้ใหญ่ด้วย เมื่อเหมาะสม) ติดปลากระดาษบนหลังของอีกฝ่ายเมื่อเป็นการตบตา และตะโกน "april fish!" (ปลาเมษา) ในภาษาท้องถิ่นของตน
การเชื่อมโยงระหว่างวันที่ 1 เมษายนกับความเขลาเก่าแก่ที่สุดที่มีบันทึกสามารถพบได้ใน ตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ (ค.ศ. 1392) นักเขียนจำนวนมากเสนอว่า การฟื้นฟูวันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 มีผลต่อการสร้างสรรค์วันดังกล่าว แต่ทฤษฎีนี้มิได้อธิบายการอ้างถึงก่อนหน้านั้น
ต้นเค้าของวันเมษาหน้าโง่มีเทศกาลฮิลาเรียของโรมัน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมและเทศกาลคนโง่ในสมัยกลาง จัดขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม และยังคงเป็นวันซึ่งมีการเล่นตลกอยู่ในประเทศที่พูดภาษาสเปน
ใน ตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ "ตำนานของแม่ชีของพระ" (Nun's Priest's Tale) ซึ่งเรื่องมีขึ้น "Syn March bigan thritty dayes and two" นักวิชาการสมัยใหม่เชื่อว่ามีความผิดพลาดในการทำสำเนาในเอกสารเขียนต้นฉบับเท่าที่มีอยู่ และชอเซอร์แท้จริงแล้วเขียนว่า "Syn March was gon" ดังนั้น วลีนี้เดิมจึงหมายถึง 32 วันหลังเดือนเมษายน คือ 2 พฤษภาคม วันครบรอบการหมั้นระหว่างสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษกับแอนน์แห่งโบฮีเมีย ซึ่งเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1381 ผู้อ่านกลับเข้าใจผิดว่าวลีนี้หมายถึง "32 มีนาคม" หรือ 1 เมษายน ในตำนานของชอเซอร์ ไก่ตัวผู้ที่หลงตัวเองถูกสุนัขจิ้งจอกตบตา
ในสมัยกลาง วันขึ้นปีใหม่เฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 มีนาคมในเมืองยุโรปส่วนมาก ในบางพื้นที่ของฝรั่งเศสเป็นวันหยุดนานหนึ่งสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 1 เมษายน นักเขียนจำนวนมากเสนอว่า วันเมษาหน้าโง่ถือกำเนิดขึ้นเพราะผู้ที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ล้อคนที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่วันอื่น การใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่นั้นพบทั่วไปในฝรั่งเศสเมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16และวันนี้ได้รับมาอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1564 โดยกฤษฎีการูสิยอง (Edict of Roussillon)
ตำนานแคนเตอร์บรี (อังกฤษ: The Canterbury Tales) เป็นวรรณกรรมที่เขียนโดยเจฟฟรีย์ ชอเซอร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 เป็นเรื่องย่อยที่รวบรวมกันเป็นหนังสือ (สองเล่มเป็นร้อยแก้ว อีกยี่สิบสองเล่มเป็นร้อยกรอง) ที่เป็นตำนานที่เล่าโดยนักแสวงบุญแต่ละคนจากซัทเธิร์ค (Southwark) ในลอนดอนที่เดินทางกันไปแสวงบุญที่ชาเปลของนักบุญทอมัส เบ็คเค็ทที่มหาวิหารแคนเตอร์บรี “ตำนานแคนเตอร์บรี” เขียนเป็นภาษาอังกฤษกลาง เรื่องราวต่างถือกันว่าเป็นหนึ่งในมหาวรรณกรรม (magnum opus) ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก “ตำนานสิบราตรี” (The Decameron) ที่เขียนโดยกวีชาวอิตาลีจิโอวานนิ โบคคาชโช ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ที่กล่าวกันว่าชอเซอร์ได้อ่านเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในอิตาลีก่อนหน้านั้น แต่ผู้ที่เล่าเรื่องในตำนานของชอเซอร์เป็น “มนุษย์เดินดิน” แทนที่จะเป็นเรื่องของชนชั้นขุนนางเช่นใน “ตำนานสิบราตรี” ของโบคคาชโช
credit : wikipedia
EQ คืออะไร
ความฉลาดทางอารมณ์
ความฉลาดทางอารมณ์ (อังกฤษ: Emotional quotient หรือ Emotional intelligence) หรือ อีคิว คือความสามารถในการรับรู้ของตนเอง ในการระบุประเมินและการควบคุมอารมณ์ของตนเอง, ของผู้อื่น หรือของกลุ่ม ความสามารถด้านการควบคุมอารณ์ที่ช่วยให้ดำเนินชีวิตให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์อย่างมีความสุข ซึ่งเดิมเชื่อกันว่า ความฉลาดทางสติปัญญา คือปัจจัยหลัก ที่ทำให้ผู้คนประสบความสำเร็จ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข แต่ต่อมาภายหลัง นักจิตวิทยาเริ่มไม่คิดว่าความสำเร็จในชีวิตจะขึ้นอยู่กับความสามารถทางสติปัญญาเพียงอย่างเดียว แต่เนื่องด้วยในสมัยนั้นยังไม่มีข้อมูลการวิจัยอย่างเพียงพอ แนวคิดดังกล่าวจึงถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย กระทั่งค.ศ. 1990 สองนักจิตวิทยาชาวอเมริกันซึ่งมีชื่อว่า ปีเตอร์ ซาโลเวย์ และจอห์น ดี. เมเยอร์ ได้นำแนวคิดนี้มาอีกครั้ง โดยกล่าวถึงความฉลาดทางอารมณ์ในความหมายของ รูปแบบหนึ่งของความฉลาดด้านสังคมที่สามารถรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งผู้อื่น และสามารถแยกแยะความแตกต่างของอารมณ์ได้ ตลอดใช้ข้อมูลนี้ชี้นำในการคิดและการกระทำต่างๆ
ในเวลาต่อมา แดเนียล โกลแมน ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้เริ่มขยายแนวคิดนี้อย่างจริงจัง โดยได้ทำการเขียนหนังสือเรื่อง ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ภายหลังจากที่หนังสือของแดเนียล โกลแมน ปรากฏสู่สาธารณชน ผู้คนก็เริ่มให้ความสนใจต่อความฉลาดทางอารมณ์มากขึ้น ตลอดจนในช่วงหลัง ได้มีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์เพิ่มขึ้น จนได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จและความสุขสำหรับชีวิต
ดูเพิ่มที่ IQ คืออะไร
credit: wikipedia
IQ คืออะไร
ระดับเชาวน์ปัญญา
ระดับเชาวน์ปัญญา หรือ ไอคิว (IQ ย่อจาก Intelligence quotient) หมายถึง ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง ไอคิว เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก ไอคิว สามารถวัดออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลขที่แน่นอนได้
การวัดไอคิว
การวัดไอคิว เกิดขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ.1905 โดยนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสที่ต้องการแยกบุคคลปัญญาอ่อนออกจากคนปกติ เพื่อจะได้จัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม โดยใช้การเปรียบเทียบระหว่างความสามารถที่ควรจะเป็นกับอายุสมองแล้วคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ปัจจุบัน การวัดไอคิวมักใช้แบบทดสอบของเวสเลอร์ ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปีค.ศ.1930 โดยอาศัยงานวิจัยของนักวิชาการและนักการทหาร เป็นกลุ่มข้อทดสอบทั้งหมด 11 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่ต้องใช้ภาษาโต้ตอบ 6 กลุ่ม ไม่ต้องใช้ภาษาโต้ตอบ 5 กลุ่ม ดังนี้
ข้อมูลทั่วไป เป็นคำถามเพื่อตรวจวัดความสนใจความรู้รอบตัว
ความคิด ความเข้าใจ
การคิดคำนวณ
ความคิดที่เป็นนามธรรม โดยให้หาความเหมือน
ความจำระยะสั้น โดยใช้การจำจากตัวเลข
ภาษาในส่วนของการใช้คำ
การต่อภาพในส่วนที่ขาดหายไป
การจับคู่โครงสร้าง โดยดูจากรูปร่างหรือลวดลาย
การเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ
การต่อภาพเป็นรูป ด้วยการต่อจิ๊กซอว์
การหาความสัมพันธ์ของตัวเลขและสัญลักษณ์
เนื่องจากไอคิวสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ จึงมีผู้ให้ความสำคัญกับไอคิวมาโดยตลอด เด็กที่เรียนเก่ง จะมีแต่คนชื่นชม พ่อแม่ครูอาจารย์รักใคร่ ต่างจากเด็กที่เรียนปานกลางหรือเด็กที่เรียนแย่มักไม่ค่อยเป็นที่สนใจ หรือถูกดุว่า ทั้ง ๆ ที่เด็กเหล่านี้อาจจะมีความสามารถทางด้านอื่น เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เพียงแต่ไม่มีความถนัดเชิงวิชาการเท่านั้นเอง
มาในช่วงหลัง ๆ ความเชื่อมั่นในไอคิวเริ่มสั่นคลอนเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการวัด และความสำคัญของไอคิว จนในที่สุดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจึงยอมรับกันว่า แทัจริงแล้ว ในความเป็นจริง ชีวิตต้องการทักษะและความสามารถในด้านอื่น ๆ อีกมากมายที่นอกเหลือไปจากการจำเก่ง การคิดเลขเก่ง หรือการเรียนเก่ง ความสามารถเหล่านี้อาจจะช่วยให้คน ๆ หนึ่งได้เรียน ได้ทำงานในสถานที่ดี ๆ แต่คงไม่สามารถเป็นหลักประกันถึงชีวิตที่มีความสุขได้
ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งในรัฐแมสซาซูเสท สหรัฐอเมริกาที่ศึกษาความสัมพันธ์ของไอคิวกับความสำเร็จในชีวิต โดยติดตามเก็บข้อมูลจากเด็ก 450 คน นานถึง 40 ปี พบว่าไอคิวมีความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยกับความสามารถในการทำงานได้ดีหรือกับการดำเนินชีวิต และพบว่าปัจจัยที่สามารถจะทำนายถึงความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิตได้ดีกว่า กลับเป็นความสามารถด้านต่าง ๆ ในวัยเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับไอคิว เช่น ความสามารถในการจัดการกับความผิดหวัง การควบคุมอารมณ์ และการเข้ากับบุคคลอื่น ๆ ได้ดี ตัวอย่างงานวิจัยอีกเรื่องหนึ่ง คือการติดตามเก็บข้อมูลจากผู้ที่จบปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์ 80 คน ตั้งแต่ตอนที่ยังศึกษาอยู่ไปจนถึงบั้นปลายชีวิตในวัย 70 ปี พบว่า ความสามารถทางด้านอารมณ์และสังคมมีส่วนทำให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพและมีชื่อเสียงมากกว่าความสามารถทางเชาวน์ปัญญาหรือไอคิวถึง 4 เท่า
ดูเพิ่มที่ EQ คืออะไร
credit: wikipedia
ภาษาเกาหลี
ภาษาเกาหลี
ภาษาเกาหลี (한국어/조선말) เป็นภาษาที่ส่วนใหญ่พูดใน ประเทศเกาหลีใต้ และ ประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งใช้เป็นภาษาราชการ และมีคนชนเผ่าเกาหลีที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนพูดโดยทั่วไป(ในจังหวัดเหยียนเปียน มณฑลจื๋อหลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี) ทั่วโลกมีคนพูดภาษาเกาหลี 78 ล้านคน รวมถึงกลุ่มคนในอดีตสหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีผู้พูดใน ฟิลิปปินส์ ด้วย การจัดตระกูลของภาษาเกาหลีไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่คนส่วนมากมักจะถือเป็นภาษาเอกเทศ นักภาษาศาสตร์บางคนได้จัดกลุ่มให้อยู่ใน ตระกูลภาษาอัลไตอิกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากภาษาเกาหลีมีวจีวิภาคแบบภาษาคำติดต่อ ส่วนวากยสัมพันธ์หรือโครงสร้างประโยคนั้น เป็นแบบประธาน-กรรม-กริยา (SOV)
อักษรเกาหลี เรียกว่าอักษรฮันกึล ใช้แทนเสียงของแต่ละพยางค์ นอกจากนี้ใช้ยังตัวอักขระแบบจีนเรียกว่าอักษรฮันจา ในการเขียนด้วย ในขณะที่คำศัพท์ที่ใช้กันส่วนใหญ่เป็นคำภาษาเกาหลีแท้ โดยที่มีคำศัพท์มากกว่า 50% มาจากภาษาจีนทั้งทางตรงและทางอ้อม
อักษรเกาหลี
อักษรเกาหลี เรียกว่าอักษรฮันกึล โดยผิวเผินแล้ว อักษรฮันกึลคล้ายกับอักษรรูปภาพเหมือนอักษรจีน แต่จริงๆ แล้ว อักษรฮันกึลอยู่ในระบบอักษรแทนเสียง (ตัวพยัญชนะเป็นอักษรรูปภาพเลียนแบบอวัยวะการออกเสียงในขณะที่ออกเสียงนั้นๆ สระเป็นอักษรรูปภาพใช้แนวคิดเชิงปรัชญา เกี่ยวกับ ท้องฟ้า พื้นดิน และมนุษย์)คือประกอบด้วยพยัญชนะและสระ ซึ่งมีทั้งหมด 24 ตัว ประกอบด้วย
พยัญชนะ 14 ตัว คือ ㄱ ㄴ ㄷ ㄹ ㅁ ㅂ ㅅ ㅇ ㅈ ㅊ ㅋ ㅌ ㅍ และ ㅎ
สระ 10 ตัว คือ ㅏ ㅑ ㅓ ㅕ ㅗ ㅛ ㅜ ㅠ ㅡ และ ㅣ
พยัญชนะและสระดังกล่าวเรียกว่า พยัญชนะเดี่ยว และสระเดี่ยว ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เรียกว่าพยัญชนะซ้ำ และสระประสมด้วย คือ
พยัญชนะซ้ำ 5 ตัว ได้แก่ ㄲ ㄸ ㅃ ㅆ และ ㅉ
สระประสม 11 ตัว ได้แก่ ㅐ ㅒ ㅔ ㅖ ㅚ ㅟ ㅘ ㅙ ㅝ ㅞ และ ㅢ
อักษรเกาหลีมีลำดับการเขียนคล้ายอักษรจีน คือ ลากจากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา นอกจากนี้การเขียนพยางค์หนึ่งๆ จะเริ่มเขียนจากพยัญชนะต้น ไปสระ และตัวสะกดตามลำดับ
เลขเกาหลี
| จำนวน | คำอ่าน | ภาษาเขียน |
|---|---|---|
| 1 | ฮา-นา / อิล | 하나/일 |
| 2 | ทูล / อี | 둘/이 |
| 3 | เซด / ซัม | 셋/삼 |
| 4 | เนด / ซา | 넷/사 |
| 5 | ทา-ซอด / โอ | 다섯/오 |
| 6 | ยอ-ซอด / ยุก | 여섯/육 |
| 7 | อิล-กบ / ชิล | 일곱/칠 |
| 8 | ยอ-ดอล / พัล | 여덟/팔 |
| 9 | อา-ฮบ / คู | 아홉/구 |
| 10 | ยอล / ชิบ | 열/십 |
พยัญชนะ
| ฐานริมฝีปาก | ฐานปุ่มเหงือก | ฐานหลังปุ่มเหงือก | ฐานเพดานอ่อน | ฐานเส้นเสียง | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| เสียงกักและ เสียงกึ่งเสียดแทรก | สิถิลเบา | ㅂ /p/, /b/ ป-บ | ㄷ /t/, /d/ ต-ด | ㅈ /t͡ɕ/, /d͡ʑ/ จ-จ͡ย | ㄱ /k/, /g/ ก-ก͡ง | |
| สิถิลหนัก | ㅃ /p͈/ ป* | ㄸ /t͈/ ต* | ㅉ /t͡ɕ͈/ จ* | ㄲ /k͈/ ก* | ||
| ธนิต | ㅍ /pʰ/ พ | ㅌ /tʰ/ ท | ㅊ /t͡ɕʰ/ ช | ㅋ /kʰ/ ค | ||
| เสียงเสียดแทรก | เบา | ㅅ /s/หรือ/ɕ/ ซ | ㅎ /h/ ฮ | |||
| หนัก | ㅆ /s͈/หรือ/ɕ͈/ ซ* | |||||
| เสียงนาสิก | ㅁ /m/ ม | ㄴ /n/ น | ㅇ /ŋ/ ง (ตัวสะกด) | |||
| เสียงข้างลิ้น | ㄹ /l/ ล | |||||
credit:wikipedia
คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน
赤い
akai แดง
akai แดง
犬
inu สุนัข
馬
uma ม้า
uma ม้า
円
en เยน(หน่วยเงิน)
en เยน(หน่วยเงิน)
多く
ooku มาก
ooku มาก
さしみ
sashimi เนื้อปลาชาชิมิ
sashimi เนื้อปลาชาชิมิ
しかし
shikashi แต่ว่า
shikashi แต่ว่า
全て
subete ทั้งหมด
subete ทั้งหมด
千
sen พัน
sen พัน
それ
sore สิ่งนั้น
sore สิ่งนั้น
立つ
tatsu ยืน
tatsu ยืน
ちやん
chan (จัง)คำลงท้าย
chan (จัง)คำลงท้าย
つな
tsuna เชือก
tsuna เชือก
点
ten จุด
ten จุด
とても
totemo มากๆ(คำขยาย)
คำถามเชาวน์ปัญญา
1. บางเดือนมี 30 วัน บางเดือนมี 31 วัน มีกี่เดือนที่มี 28 วัน
2. ถ้าคุณหมอให้ยามา 3 เม็ด แล้วบอกให้คุณกินยาทุกๆครึ่งชั่วโมง คุณต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะกินยาหมด
3. ฉันเข้านอนตอน 2 ทุ่ม แล้วตั้งนาฬิกาให้ปลุกตอน 9 โมงเช้าถามว่าฉันจะได้นอนกี่ชั่วโมงก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดัง
4. เอา 30 หารครึ่ง แล้วบวก 10 จะได้คำตอบเท่าไหร่
5. ชาวนามีแกะ 17 ตัว ทุกตัวยกเว้น 9 ตัวตายหมด ถามว่ายังมีแกะที่มีชีวิตเหลืออยู่กี่ตัว
6. ถ้าคุณมีไม้ขีดไฟเหลือเพียงก้านเดียว แล้วต้องเข้าไปในห้องที่ทั้งหนาวทั้งมืด ในห้องนั้นมีฮีตเตอร์น้ำมัน ตะเกียงน้ำมัน และเทียนไข คุณจะเลือกจุดอะไร
7. ชายคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้ง 4 ด้าน และหันบ้านไปทางทิศใต้ ถ้ามีหมีผ่านมา ถามว่าหมีตัวนั้นจะมีสีอะไร
8. หยิบแอปเปิ้ล 2 ลูกออกจากแอปเปิ้ล 3 ลูก ถามว่าคุณจะได้อะไร
9. โมเสสเอาสัตว์ขึ้นเรือตอนวันสิ้นโลกไปชนิดละกี่ตัว
10. ถ้าคุณขับรถซึ่งบรรทุกคน 43 คนจากชิคาโกไปพิสเบอร์ก แล้วหยุดรับอีก 7 คนขึ้นมา แล้วหยุดจอด ให้คนลงที่เคลเวอร์แลนด์ 5 คน จนมาถึงฟิลาเดอเฟียในอีก 20 ชั่วโมงต่อมา ถามว่าคนขับรถชื่ออะไร
credit:http://www.dek-d.com/board/view/2322382/
2. ถ้าคุณหมอให้ยามา 3 เม็ด แล้วบอกให้คุณกินยาทุกๆครึ่งชั่วโมง คุณต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะกินยาหมด
3. ฉันเข้านอนตอน 2 ทุ่ม แล้วตั้งนาฬิกาให้ปลุกตอน 9 โมงเช้าถามว่าฉันจะได้นอนกี่ชั่วโมงก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดัง
4. เอา 30 หารครึ่ง แล้วบวก 10 จะได้คำตอบเท่าไหร่
5. ชาวนามีแกะ 17 ตัว ทุกตัวยกเว้น 9 ตัวตายหมด ถามว่ายังมีแกะที่มีชีวิตเหลืออยู่กี่ตัว
6. ถ้าคุณมีไม้ขีดไฟเหลือเพียงก้านเดียว แล้วต้องเข้าไปในห้องที่ทั้งหนาวทั้งมืด ในห้องนั้นมีฮีตเตอร์น้ำมัน ตะเกียงน้ำมัน และเทียนไข คุณจะเลือกจุดอะไร
7. ชายคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้ง 4 ด้าน และหันบ้านไปทางทิศใต้ ถ้ามีหมีผ่านมา ถามว่าหมีตัวนั้นจะมีสีอะไร
8. หยิบแอปเปิ้ล 2 ลูกออกจากแอปเปิ้ล 3 ลูก ถามว่าคุณจะได้อะไร
9. โมเสสเอาสัตว์ขึ้นเรือตอนวันสิ้นโลกไปชนิดละกี่ตัว
10. ถ้าคุณขับรถซึ่งบรรทุกคน 43 คนจากชิคาโกไปพิสเบอร์ก แล้วหยุดรับอีก 7 คนขึ้นมา แล้วหยุดจอด ให้คนลงที่เคลเวอร์แลนด์ 5 คน จนมาถึงฟิลาเดอเฟียในอีก 20 ชั่วโมงต่อมา ถามว่าคนขับรถชื่ออะไร
credit:http://www.dek-d.com/board/view/2322382/
คำถามเชาวน์คณิตศาสตร์
ข้อ 1 เครื่องดนตรีให้จังหวะ
- เครื่องให้จังหวะดนตรีนั้นจะมีเสียง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ต่อกัน 6 ครั้ง ในเวลา 6 วินาที ถามว่าถ้าเครื่องดนตรีดัง "ติ๊ก" 12 ครั้ง จะใช้เวลาทั้งหมดกี่วินาที ?
ข้อ 2 สร้างเลข 10 จากเลขโดด 1,1,9 และ 9
- ให้ใช้เลขโดด 4 ตัว คือ 1, 1, 9 และ 9 มาคำนวณด้วยการ บวก, ลบ, คูณ, หาร เพื่อสร้างเลข 10 จะใช้วิธีใดในการสร้าง ?
ข้อ 3 แบ่งเซลล์
- มีเซลล์ที่แบ่งตัวนาทีละ 1 ครั้ง เมื่อเริ่มจากเซลล์เดียวแล้วแบ่งตัวไปเรื่อยๆ จนได้กลุ่มเซลล์ที่เป็นวงกลมเส้นผ่านศุนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร จะใช้เวลา 30 นาที ถามว่าถ้าเริ่มจากเซลล์ 2 เซลล์ จะต้องแบ่งตัวนานเท่าไร จึงจะได้กลุ่มเซลล์ที่เป็นวงกลมเส้นผ่านศุนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร ?
ข้อ 4 นินจาข้ามคู
- กลุ่มนินจาต้องการเดินเข้าโจมตีปราสาทแห่งหนึ่ง จึงได้เตรียมไม้จำนวนหนึ่งไว้สร้างสะพานเพื่อข้ามคูเมือง ด้วยความสะเพร่า พวกเขาเตรียมไม้ยาวแคต่ 4.9 เมตร ทั้งที่คูเมืองกว้าง 5 เมตร แต่มีนินจาหัวดีคนหนึ่งคิดวิธีข้ามคูเมืองนี้ไปได้ด้วยไม้ที่เตรียมไว้ เขาใช้วิธีใตในการข้ามไปด้วยไม้เหล่านั้น ?
ข้อ 5 ลองเดาอายุดูสิ
- อายุของคนที่พบ เมื่อหารด้วย 3 เหลือเศษ 1 เมื่อหารด้วย 5 เหลือเศษ 2 เมื่อหารด้วย 7 เหลือเศษ 3 ลองเดาสิว่าคนๆ นี้อายุเท่าไหร่ ?
ข้อ 6 คนไหนไม่ได้ของขวัญ
- ครูมาลีมีของขวัญ 39 ชิ้น ต้องแบ่งให้เด็ก 41 คน โดยใช้วิธีขานเลขเริ่มจาก 1 ถึง 3 คนที่ถูกเรียกเป็น
คนที่ 3 จะได้รางวัลและออกจากแถวไป เรียกวนไปเรื่อยๆ ถามว่าว่าคนไหนบ้างที่ไม่ได้รางวัล
ข้อ 7 แมวจับหนู - โดยเฉลี่ยแล้ว ถ้าแมว5ตัวไล่จับหนู5ตัวได้ภายใน5นาที แล้วต้องใช้แมวกี่ตัวจับหนู100ตัว ในเวลา100นาที
ข้อ 8 กบออกจากบ่อ
- มีกบตัวหนึ่งอยู่ที่ก้นของบ่อมีความลึก10ม. กบจะไต่ขึ้นจากบ่อตอนเช้า3ม. แล้วไถลลงอีก2ม.ในตอนเย็น ถามว่ากบตัวนี้จะออกจากบ่อได้ในกี่วัน
ข้อ 9 ราคาเท่าไหร่
- สมศรีซื้อวิทยุเทปและตลับเทป วิทยุเทปราคาแพงกว่าตลับเทป 200 บาท สมศรีจ่ายเงินไปทั้งหมด 250 บาท ถามว่าวิทยุเทปและตลับเทปราคาเท่าไรcredit : http://www.sensemath.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=1303902
- เครื่องให้จังหวะดนตรีนั้นจะมีเสียง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ต่อกัน 6 ครั้ง ในเวลา 6 วินาที ถามว่าถ้าเครื่องดนตรีดัง "ติ๊ก" 12 ครั้ง จะใช้เวลาทั้งหมดกี่วินาที ?
ข้อ 2 สร้างเลข 10 จากเลขโดด 1,1,9 และ 9
- ให้ใช้เลขโดด 4 ตัว คือ 1, 1, 9 และ 9 มาคำนวณด้วยการ บวก, ลบ, คูณ, หาร เพื่อสร้างเลข 10 จะใช้วิธีใดในการสร้าง ?
ข้อ 3 แบ่งเซลล์
- มีเซลล์ที่แบ่งตัวนาทีละ 1 ครั้ง เมื่อเริ่มจากเซลล์เดียวแล้วแบ่งตัวไปเรื่อยๆ จนได้กลุ่มเซลล์ที่เป็นวงกลมเส้นผ่านศุนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร จะใช้เวลา 30 นาที ถามว่าถ้าเริ่มจากเซลล์ 2 เซลล์ จะต้องแบ่งตัวนานเท่าไร จึงจะได้กลุ่มเซลล์ที่เป็นวงกลมเส้นผ่านศุนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร ?
ข้อ 4 นินจาข้ามคู
- กลุ่มนินจาต้องการเดินเข้าโจมตีปราสาทแห่งหนึ่ง จึงได้เตรียมไม้จำนวนหนึ่งไว้สร้างสะพานเพื่อข้ามคูเมือง ด้วยความสะเพร่า พวกเขาเตรียมไม้ยาวแคต่ 4.9 เมตร ทั้งที่คูเมืองกว้าง 5 เมตร แต่มีนินจาหัวดีคนหนึ่งคิดวิธีข้ามคูเมืองนี้ไปได้ด้วยไม้ที่เตรียมไว้ เขาใช้วิธีใตในการข้ามไปด้วยไม้เหล่านั้น ?
ข้อ 5 ลองเดาอายุดูสิ
- อายุของคนที่พบ เมื่อหารด้วย 3 เหลือเศษ 1 เมื่อหารด้วย 5 เหลือเศษ 2 เมื่อหารด้วย 7 เหลือเศษ 3 ลองเดาสิว่าคนๆ นี้อายุเท่าไหร่ ?
ข้อ 6 คนไหนไม่ได้ของขวัญ
- ครูมาลีมีของขวัญ 39 ชิ้น ต้องแบ่งให้เด็ก 41 คน โดยใช้วิธีขานเลขเริ่มจาก 1 ถึง 3 คนที่ถูกเรียกเป็น
คนที่ 3 จะได้รางวัลและออกจากแถวไป เรียกวนไปเรื่อยๆ ถามว่าว่าคนไหนบ้างที่ไม่ได้รางวัล
ข้อ 7 แมวจับหนู - โดยเฉลี่ยแล้ว ถ้าแมว5ตัวไล่จับหนู5ตัวได้ภายใน5นาที แล้วต้องใช้แมวกี่ตัวจับหนู100ตัว ในเวลา100นาที
ข้อ 8 กบออกจากบ่อ
- มีกบตัวหนึ่งอยู่ที่ก้นของบ่อมีความลึก10ม. กบจะไต่ขึ้นจากบ่อตอนเช้า3ม. แล้วไถลลงอีก2ม.ในตอนเย็น ถามว่ากบตัวนี้จะออกจากบ่อได้ในกี่วัน
ข้อ 9 ราคาเท่าไหร่
- สมศรีซื้อวิทยุเทปและตลับเทป วิทยุเทปราคาแพงกว่าตลับเทป 200 บาท สมศรีจ่ายเงินไปทั้งหมด 250 บาท ถามว่าวิทยุเทปและตลับเทปราคาเท่าไรcredit : http://www.sensemath.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=1303902
ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่น
เป็นภาษาทางการของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่างๆ
คำภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาจีน ที่ได้นำมาเผยแพร่มาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,500 ปีที่แล้ว และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็ได้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาจีนมาใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน
ตัวอักษร
มี 4 ลักษณะ คือ ฮิรางานะ คะตะคะนะ คันจิ และ โรมันจิ เราจำแนกตัวอักษรญี่ปุ่นออกเป็นสองจำพวก คือ กลุ่มตัวอักษรที่ใช้แทนเสียง ซี่งได้แก่ ฮิระงะนะและคะตะคะนะ กับกลุ่มตัวอักษรที่แสดงความหมายที่เรียกว่า คันจิ โดยใช้ร่วมกับตัวเลขอารบิก และตัวอักษรโรมัน ซึ่งจะมีความหลากหลายมากกว่าภาษาที่ใช้ในประเทศใกล้เคียง เช่น ภาษาจีนซึ่งใช้ตัวอักษรจีนเป็นหลัก ส่วนภาษาเกาหลีก็จะใช้อักษรฮันกึลเป็นหลัก
เนื่องจากตัวคันจิซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากภาษาจีนมีจำนวนมาก บางครั้งมีการใช้ตัวอักษรที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ กระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรฐานของตัวคันจิ ซึ่งเรียกว่า โจโยคันจิ ประกอบด้วยตัวอักษร 1,945 ตัว เป็นตัวคันจิที่คนญี่ปุ่นทั่วไปทราบกันดี โดยไม่จำเป็นต้องเขียนคำอ่านกำกับ
ภาษาตากาล็อก
ภาษาตากาล็อก
ภาษาตากาล็อกเป็นหนึ่งในภาษาหลักของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน มีความสัมพันธ์กับ ภาษาอินโดนีเซีย ภาษามาเลย์ ภาษาฟิจิ ภาษาเมารี ภาษาฮาวาย ภาษามาลากาซี ภาษาซามัว ภาษาตาฮิติภาษาชามอร์โร ภาษาเตตุม และตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนในไต้หวันเป็นภาษาประจำชาติและภาษาราชการคู่กับภาษาอังกฤษในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้เป็นภาษากลางภายในประเทศ มีผู้พูดราว 85 ล้านคน ในทางธุรกิจนิยมใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า
ภาษาตากาล็อกเรียงประโยคแบบกริยา-ประธาน-กรรม มีระบบการผันคำกริยาที่ซับซ้อนกว่าคำนาม คำขยายเรียงก่อนหรือหลังคำที่ถูกขยายก็ได้ ซึ่งทั้ง 2 แบบ จะใช้คำเชื่อมต่างกัน
>
ภาษาตากาล็อกเคยเขียนด้วยอักษรบายบายินก่อนการเข้ามาของสเปน ในศตวรรษที่ 16 อักษรนี้ประกอบด้วยสระ 3 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว เมื่อเทียบกับตระกูลอักษรพราหฺมี อักษรนี้มีความคล้ายคลึงกับอักษรกวิโบราณของชวา ซึ่งเชื่อว่าสืบทอดมาจากอักษรบูกิสในสุลาเวสี ต่อมาอักษรนี้ได้เลิกใช้ไป เพราะนิยมใช้อักษรละตินที่เข้ามาในช่วงที่เป็นอาณานิคมของสเปน
คำนาม
| ประธาน | ความเป็นเจ้าของ | กรรมรอง | |
|---|---|---|---|
| เอกพจน์ ทั่วไป | ang | ng [naŋ] | sa |
| พหูพจน์ ทั่วไป | ang mga | ng mga | sa mga |
| บุคคล เอกพจน์ | si | ni | kay |
| บุคคล พหูพจน์ | sina | nina | kina |
| ประธาน | ความเป็นเจ้าของ | กรรมรอง | |
|---|---|---|---|
| บุรุษที่ 1 เอกพจน์ | akó | ko | akin |
| บุรุษที่ 1 ทวิพจน์ | kitá/katá | nitá/nata | kanitá/kanatá (ata) |
| บุรุษที่ 2 เอกพจน์ | ikáw (ka) | mo | iyó |
| บุรุษที่ 3 เอกพจน์ | siyá | niyá | kaniyá |
| บุรุษที่ 1 พหูพจน์ รวมผู้ฟัง | táyo | nátin | átin |
| บุรุษที่ 1 พหูพจน์ ไม่รวมผู้ฟัง | kamí | námin | ámin |
| บุรุษที่ 2 พหูพจน์ | kayó | ninyó | inyó |
| บุรุษที่ 3 พหูพจน์ | silá | nilá | kanilá |
| ประธาน | เจ้าของ | กรรมรอง | สถานที่ | ดำรงอยู่ | |
|---|---|---|---|---|---|
| ใกล้ผู้พูดที่สุด (นั่น, นี่) | iré | niré | díne | nandine | ére |
| ใกล้ผู้พูด, บอกตำแหน่ง (นี่, ที่นี่) | itó | nitó | díto/ríto | nandíto/nárito | héto |
| ตำแหน่งที่ใกล้ (ที่นั่น) | iyán | niyán | diyán/riyán | nandiyán/náriyan | ayán |
| ไกล (ที่โน่น) | iyón | niyón | doón/roón | nandoón/nároon | ayón |
คำกริยา
แผนผังการรวมคำ
| นามกริยา | การไตร่ตรอง | กำลังกระทำ | สัมบูรณ์ | Imperative | |
|---|---|---|---|---|---|
| เน้นการกระทำ 1 | -um- | CV- | CumV- | -um- | 0 |
| เน้นการกระทำ 2 | mag- | magCV- | nagCV- | nag- | pag- |
| เน้นการกระทำ 3 | ma- | maCV- | naCV- | na- | |
| เน้นการกระทำ 4 | mang- | mangCV- | nangCV- | nang- | pang- |
| เน้นกรรม 1 | -in | CV- ... -in | CinV- | -in- | -a |
| เน้นกรรม 2 | i- | iCV- | iCinV- | i-in- | -an |
| เน้นกรรม 3 | -an | CV- ... -an | CinV- ... -an | -in- ... -an | -i |
| เน้นสถานที่ | -an | CV- ... -an | CinV- ... -an | -in- ... -an | |
| เน้นการใช้ประโยชน์ | i- | iCV- | iCinV- | i-in- | |
| เน้นเครื่องมือ | ipaN- | ipaNCV- | ipinaNCV- | ipinaN- | |
| เน้นเหตุผล | ika- | ikaCV- | ikinaCV- | ikina- |
ภาษาตากาล็อกถูกประกาศให้เป็นภาษาราชการเมื่อโดยสถาบันไบก์นาบาโตเมื่อ พ.ศ. 2440ใน พ.ศ. 2478 ได้ยกเลิกการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ และได้พัฒนาภาษาราชการใหม่ขึ้นมา หลังจากการประชุมของสถาบันภาษาแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทน 7 คน จากส่วนต่างๆของฟิลิปปินส์ได้เลือกภาษาตากาล็อกให้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาภาษาประจำชาติประธานาธิบดีมานูเอล เกซอนได้ประกาศเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2480 ว่าได้เลือกภาษาตากาล็อกเป็นพื้นฐานของการพัฒนาภาษาประจำชาติ ต่อมา ใน พ.ศ. 2482 ประธานาธิบดีมานูเอล เกซอน ได้เปลี่ยนชื่อภาษาประจำชาติ ที่มีพื้นฐานมาจากภาษาตากาล็อกว่า วีกัง ปัมบันซา (ภาษาประจำชาติ) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาปิลิปิโน ในปีเดียวกัน
ใน พ.ศ. 2516 ได้ประกาศยกเลิกการใช้ภาษาปิลิปิโนเป็นภาษาราชการคู่กับภาษาอังกฤษ และได้พัฒนาภาษาประจำชาติขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาฟิลิปิโน
credit : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81
credit : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




